เรื่อง…บ้านเก่า

ปีนี้ฉันอายุ 30 แล้ว ฉันเพิ่งได้โบนัสมาก็พอควรเลยตัดสินใจดาวน์บ้านเป็นของตนเองสักหลัง และฉันตามหาบ้านในฝันจนเจอ บ้านหลังนี้เป็นบ้านมือสองที่นายหน้าบอกว่าเป็นบ้านเก่าของฝรั่งซึ่งเขากลับประเทศไปแล้ว และด้วยราคาที่สมน้ำสมเนื้ออยู่ไม่ห่างจากที่ทำงานมากนักฉันจึงได้ตัดสินไปขอดูบ้านหลังดังกล่าว เพื่อตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อดี

เมื่อไปถึงบ้านหลังนี้ ภาพที่เห็นคือบ้านหลังนี้สวยมาก อากาศเย็นสบายถูกใจฉันมาก เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปก็รู้สึกได้ถึงความสบาย ของทุกอย่างในบ้านยังอยู่ดีและสวยงามเหมือนมีคนอยู่บ้านดูแลตลอดเวลา พอนายหน้าเปิดประตูดูบ้านเสร็จก็พาเดินชมรอบๆบ้าน ดูอยู่ไม่นานนายหน้าก็เริ่มเสนอราคาที่ลดลงให้ทันทีแบบที่ฉันไม่ต้องขอ ฉันยิ่งถูกใจเข้าไปอีกแต่อยู่ดีๆฉันก็อยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาเพราะปวดท้องกะทันหัน เลยตัดสินใจใช้ห้องน้ำบ้านหลังนี้

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

ห้องน้ำของบ้านหลังนี้สะอาดใช้ได้และด้วยความเคยชินฉันชอบหลับตาขณะที่ทำธุระ เพราะถือเป็นการพักสายตาไปในตัว แต่พอลืมตาขึ้นมาภาพที่เห็นทำให้ฉันแทบหัวใจวาย มีชายฝรั่งกำลังนั่งหั่นศพผู้หญิงที่อ่างอาบน้ำ ฉันตกใจมองภาพคนกำลังหั่นศพเหมือนกับในหนังฆาตกรรม เขามองไม่เห็นฉัน เขาหั่นศพด้วยความสะใจนั่งหัวเราะไปและหั่นไปด้วย ฉันพยายามขยี้ตานึกว่าเป็นความฝัน แต่พอลืมตาอีกครั้งกลับกลายเป็นว่าฝรั่งคนนี้กำลังพยายามใช้มีดปาดคอฉันอยู่ ฉันไม่รู้สึกเจ็บ แล้วก็มองร่างตนเองที่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆด้วยความตกใจ ฉันร้องลั่นห้องน้ำ นายหน้าได้ยินก็รีบมาหาฉันโดยไม่พูดจาอะไร และรีบพาฉันออกไปนอกบ้านหลังนี้อย่างเร็วที่สุด

พอตั้งสติได้ฉันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นายหน้าฟัง นายหน้าไม่พูดอะไรสักอย่างพยายามบ่ายเบี่ยง และแนะนำบ้านหลังอื่นให้กับฉันแทน ฉันตกใจและงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก จากนั้นก็มีคนข้างบ้านออกมามองฉันกันเต็มไปหมด แล้วก็รีบเข้าบ้านปิดประตูเงียบ พอฉันหันหลังกลับเข้าไปมองในบ้านก็เห็นฝรั่งคนนั้นกวักมือเรียกฉันเขาไป เขายิ้มให้ฉันแบบเป็นมิตรแต่ตัวของเขาเต็มไปด้วยเลือดทั้งตัวและมืออีกข้าก็ถือมีดที่เปื้อนเลือด ทำให้ฉันนึกภาพที่ฉันโดนเมื่อสักครู่แล้วก็เอามือจับที่คอดู ที่คอฉันมีเลือดออกเล็กน้อย เมื่อนายหน้าเห็นเช่นนี้นายหน้าก็หนีกลับไปก่อนทิ้งฉันไว้อยู่คนเดียว ตอนนั้นฉันคิดอะไรไม่ออกได้แต่ยืนนิ่ง…..

ถ้าเป็นคุณจะซื้อบ้านหลังนี้ต่อจากนายหน้าคนนั้นไหม…

เรื่อง...โค้งร้อยศพ

เรื่อง…โค้งร้อยศพ

ปกติฉันจะต้องเดินทางคนเดียวบ่อยครั้ง เพราะทำอาชีพเซลล์ที่ต้องออกต่างจังหวัดบ่อยๆ ใจจริงก็ไม่ได้อยากทำงานแบบนี้มากนัก ทั้งเหนื่อยและต้องออกจากบ้านตลอดเวลา แต่ทำอย่างไรได้เพราะผลตอบแทนที่ได้รับมันก็มากกว่านั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเท่าตัว ก็ยอมเหนื่อยสักหน่อย แต่เหตุการณ์แบบเมื่อวานนี้อาจจะต้องคิดตัดสินใจใหม่ ลาออกไปนั่งทำงานแบบคนอื่นคงจะดีกว่า ที่รอดมาได้ไม่รู้ว่าด้วยบุญตนเองหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยไว้ แต่มั่นใจว่าครั้งต่อไปฉันอาจจะไม่มีโอกาสมานั่งเล่าให้ฟังอีกก็ได้

เมื่อวานต้องไปทำงานต่างจังหวัดภาคอีสาน และต้องรีบกลับเข้ามาที่กรุงเทพในวันถัดไป ก็เลยตัดสินใจขับรถกลับตอนกลางคืนเลย ด้วยความที่เหนื่อยมาทั้งวันก็มีอาการอ่อนเพลียบ้าง แต่ก็พอไหวเพราะเส้นทางที่ขับนี้ใช้มาแล้วหลายครั้งคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก ในจังหวะที่กำลังจะเลี่ยงโค้ง 100 ศพนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งกระโดดเข้ามาขวางที่หน้ารถไว้ ฉันตกใจเหยียบเบรกสุดตัวเพราะกลัวว่าจะชนเขา แต่แล้วก็ได้ยินเสียงดัง โครม! ฉันตั้งสติและคิดว่าจะลงไปดูหน้ารถ แต่ด้วยความที่เปลี่ยวและมืด ช่วงจังหวะนี้ก็ไม่มีรถผ่านมาเสียด้วย จึงคิดในใจว่าถอยรถดีกว่าเพราะถ้าลงไปเกิดมีอันตรายตามมาก็จะซวยเพิ่มแน่ ๆ

พอตั้งสติได้ก็ถอยรถออกมาประมาณ 10 เมตร ฉันเห็นรอยเลือดเป็นทางยาวไปฝั่งตรงข้ามของถนน ลากผ่านกลางถนนไป ตอนนี้ใจเสียที่สุดไม่รู้จะทำอย่างไร ยิ่งตกใจมากเท่าไหร่โทรศัพท์ก็หาไม่เจอ แล้วจู่ๆก็มีเสียงกระแทกที่หน้ารถ พอฉันเงยหน้าขึ้นมาก็มีตัวคนแค่ท่อนบนพาดอยู่ที่กระจกหน้ารถฉัน ฉันตกใจร้องกรีดเป็นบ้าเป็นหลัง มือก็บีบแตรไปด้วย แล้วก็รู้สึกเหมือนมีใครมานั่งที่เบาะข้างๆฉัน แล้วก็ทำให้รถฉันสั่นโยกไปโยกมา สักครู่ก็ได้ยินเหมือนเสียงพระสวดดังขึ้นเรื่อยๆและรถก็หยุดสั่น รอยต่างๆก็จางหายไป ลอยเลือดที่หน้ากระจกก็ไม่เห็น รอยที่กลางถนนก็ไม่มี ฉันยกมือท่วมหัวกราบขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ช่วยฉันไว้ ฉันคิดว่าคงเป็นพระเครื่องที่พ่อให้มาแน่

พอตั้งสติได้ก็ตั้งใจขับรถต่อไปอีกนิดแล้วก็เจอป้อมตำรวจ จึงตัดสินใจขอพักกับตำรวจและเราเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง ตำรวจบอกว่า “เมื่อวานก็มีคนโดนแบบนี้ รถชนเละแต่คนไม่เป็นไร นั้นไงรถเขายังจอดอยู่นั้นเลย” เมื่อฉันมองไปก็มีคนกวักมือเรียกฉัน…. นั่น!! นั้นมันเขานิ่!

เรื่อง...ถูกที่แต่ผิดตัว

เรื่อง…ถูกที่แต่ผิดตัว

วันนั้นผมต้องเดินไปออกไปรับแฟนหน้าปากซอย ปกติแล้วเธอจะกลับบ้านไม่เกิน 2 ทุ่ม แต่วันนี้งานคงเยอะเลยต้องอยู่ทำโอที ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นบ่อยๆเป็นเรื่องธรรมดาของพนักงานบริษัท

ตอนนี้เวลา 5 ทุ่ม เธอบอกว่าอีก 15 นาทีจะมาถึงปากซอยแล้ว ผมเลยตัดสินใจเดินออกไปรอที่หน้าปากซอยพรางๆ ขณะที่ผมกำลังเดินเพลินอยู่นั้น จู่ๆก็มีภาพเหมือนคนชุดขาววิ่งตัดหน้าผมไป ผมตกใจ! รีบมองหาว่าสิ่งที่ผมเห็นนั้นเป็นคนหรือหมา เมื่อไม่เห็นอะไรผมเลยตัดสินใจเดินต่อ ปัง! ผมรู้สึกเหมือนใครวิ่งมาชนผมจากด้านหลังอย่างแรง ทำเอาผมล้มลงก้นกระแทกกับพื้น เมื่อผมหันไปมองด้านหลังอีกครั้งก็ไม่พบใคร ไม่มีใครเดินมาทั้งนั้น ผมว่าบริเวณนี้ไม่ได้รู้สึกเปลี่ยวเลยเพราะผมเดินอยู่ประจำ แต่วันนี้ทำไมถึงรู้สึกว่ามันเปลี่ยวและเกิดเหตุการณ์แปลกๆกับผม

ผมพยายามลุกขึ้นอีกครั้งแต่ขณะที่ผมกำลังลุกก็โดนชนล้มลงไปอีก คราวนี้ไม่ใช่แค่ล้มธรรมดาแต่ผมลุกไม่ขึ้นเลย ตัวผมชาหมดทั้งตัวแม้แต่จะอ้าปากร้องก็ทำไม่ได้ ผมเป็นอะไรทำไมถึงเป็นแบบนี้ แล้วก็มีชายชุดขาวมายืนที่ปลายเท้าผม 2 คน พูดว่า “ไม่ใช่เจ้านี่หนิ่ ผิดคนหรือเปล่า” แล้วทั้งคู่ก็หายไปผมรีบลุกขึ้นแล้วก็รีบวิ่งตรงไปหน้าปากซอย

เมื่อแฟนผมมาถึง ผมยังไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้แฟนฟังเพราะกลัวว่าเธอจะกลับบ้านไม่ได้ ผมรีบกุมมือเธอเดินกลับบ้านแบบไม่แสดงพิรุธออกมา แต่เธอก็ไม่วายถามว่าผมเป็นอะไร ตอนนั้นผมก็อั้มอึ้งไม่ได้ตอบอะไรไปแต่พอเราเดินไปได้ครึ่งทางก็เห็นคนกำลังมุงอะไรบางอย่าง ผมเลยตัดสินใจเดินไปดูปรากฎว่ามีชายคนหนึ่งนอนเสียชีวิตอยู่ที่โพงหญ้าใส่เสื้อสีขาวและกางเกงยีนส์เหมือนผม ผมตกใจบีบมือแฟนผมจนเธอบอกว่าเจ็บ ผมมองไปที่ฝั่งตรงข้ามถนนก็พบกับชายชุดขาวสองคนกำลังจูงมือวิญาญาณคนที่นอนตายเดินหายเข้าไปที่พงหญ้าข้างทาง ผมรีบจูงมือแฟนผมกลับบ้านและเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง หลังจากนั้นผมไม่ใส่เสื้อยืดขาวและกางเกงยีนส์ตัวนั้นอีกเลย …